นักวิจัยด้านความปลอดภัยเผยแพร่ Relapse บน GitHub ประมาณวันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งเป็น Exploit Chain แบบสองขั้นตอนสำหรับ PlayStation 5 (PS5) และ PS5 Pro ที่ใช้ Firmware 7.00 ถึง 13.60 โดยเริ่มจากช่องโหว่ใน WebKit JavaScript Engine ก่อนต่อยอดด้วยช่องโหว่ระดับ Kernel แบบ Use-After-Free ในฟังก์ชัน aio_multi_wait เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์ Kernel Read/Write และรันโค้ดที่ไม่ได้รับการรับรองได้ เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างสำคัญของ Browser-to-Kernel Exploit Chain ที่เป็น Attack Pattern เดียวกับที่ใช้โจมตีระบบ Desktop และ Mobile จริง และยืนยันว่า WebKit ยังคงเป็น Attack Surface ที่น่าจับตามองในหลายแพลตฟอร์ม
รายละเอียดทางเทคนิค
ขั้นตอนที่ 1: การโจมตีผ่าน WebKit/JavaScript Core
Exploit เริ่มต้นด้วยการรันโค้ดในเว็บเบราว์เซอร์ภายใน PS5 โดยอาศัยช่องโหว่ใน WebKit JavaScript Core (JSC) ซึ่งเป็น JavaScript Engine ที่ PS5 ใช้ ช่องโหว่นี้ช่วยให้สามารถรันโค้ดโดยอำเภอใจในบริบทของ Browser Process ได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถก้าวข้ามการตรวจสอบความถูกต้องของ Sony ในระดับแรกได้ ขั้นตอนนี้ดูแลโดยนักวิจัย Jordy
ขั้นตอนที่ 2: Kernel Use-After-Free ผ่าน aio_multi_wait
จากนั้น Exploit Chain ต่อยอดด้วยการใช้ช่องโหว่ Use-After-Free (UAF) ในฟังก์ชัน aio_multi_wait ของ Kernel ซึ่งเป็นฟังก์ชันจัดการ Asynchronous I/O การใช้ Memory หลังจาก Free แล้วทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุม Control Flow ของ Kernel ได้ ส่งผลให้ได้รับความสามารถ Kernel Read/Write ที่เปิดทางสู่การรันโค้ดที่ไม่ได้รับการรับรองจาก Sony ได้อย่างเต็มรูปแบบ ขั้นตอนนี้ดูแลโดย Sonic_Iso โดย Exploit มาพร้อม ELF Loader ที่ช่วยให้สามารถโหลดและรัน Payload ที่เข้ากันได้ รวมถึง Homebrew Applications
ขอบเขตที่ได้รับผลกระทบและข้อจำกัด
- ▸ รองรับ PS5 และ PS5 Pro ที่ใช้ Firmware 7.00 ถึง 13.60 เท่านั้น
- ▸ Firmware 14.00 ที่ Sony ออกมากลางเดือนกันยายน 2569 ได้ปิดช่องโหว่ที่ใช้ใน Exploit นี้แล้ว
- ▸ เป็น Tethered Exploit: ไม่สามารถคงอยู่ได้หลัง Restart จึงต้องรัน Exploit ใหม่ทุกครั้งที่รีสตาร์ทเครื่อง
- ▸ ระบบ Software ของ PS5 ไม่สามารถ Downgrade เป็นเวอร์ชันก่อนหน้าได้อย่างเป็นทางการ
- ▸ ความเสี่ยงจากการใช้ Exploit: การ Crash ของระบบ, สูญเสียข้อมูล และการถูกแบนจาก PlayStation Network
ทีมผู้วิจัย
Exploit นี้เป็นผลงานร่วมของนักวิจัยหลายท่าน ประกอบด้วย Sonic_Iso (Kernel Exploit), Jordy (WebKit Exploit), ntfargo, ufm42 และนักวิจัยอื่น ๆ โดย Nathan Fargo เผยแพร่โครงการบน GitHub ประมาณวันที่ 29 กันยายน 2569
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
- WebKit ยังคงเป็นพื้นที่โจมตีที่มีคุณค่าสูงในหลายแพลตฟอร์ม — WebKit ไม่ได้อยู่แค่ใน PS5 แต่เป็น Engine ที่อยู่เบื้องหลัง Safari และ Browser ทุกตัวบน iOS รวมถึง macOS และระบบ Embedded ต่าง ๆ การที่นักวิจัยยังคงค้นพบช่องโหว่ใน JSC แสดงให้เห็นว่า Attack Surface ของ WebKit ยังคงกว้างและน่าจับตามอง
- Browser-to-Kernel Exploit Chain คือรูปแบบที่ใช้ในการโจมตีจริง — Pattern ที่เริ่มจาก Browser Vulnerability แล้วต่อยอดด้วย Kernel Memory Bug ไม่ใช่เทคนิคเฉพาะของคอนโซลเกม แต่เป็นรูปแบบเดียวกับที่นักโจมตีใช้กับ Desktop และ Mobile OS มาโดยตลอด กรณีนี้ยืนยันว่า Kernel Memory Safety ยังคงเป็นพื้นที่วิจัยที่มีความสำคัญสูง
- อุปกรณ์ที่ถูก Jailbreak ในสภาพแวดล้อมองค์กรอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตีเครือข่าย — ในองค์กรที่มีคอนโซลเกมใช้งานร่วมกัน (ห้องพักผ่อน, ห้องประชุม) อุปกรณ์ที่ถูก Jailbreak อาจถูกใช้เป็นจุดเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายภายในหากไม่มีการแบ่งแยก Network Segment อย่างเหมาะสม
สิ่งที่องค์กรควรทำ
- อัปเดต PS5 ทุกเครื่องในองค์กรเป็น Firmware 14.00 ทันที — Firmware 14.00 ที่ Sony ออกกลางเดือนกันยายน 2569 ปิดช่องโหว่ทั้งสองที่ใช้ใน Exploit นี้แล้ว องค์กรที่มี PS5 ในสถานที่ทำงานควรตรวจสอบและบังคับอัปเดตให้ครบถ้วน
- แยก Network Segment ของอุปกรณ์ Entertainment ออกจาก Corporate Network — หากมีคอนโซลเกมหรืออุปกรณ์ Entertainment ในสถานที่ทำงาน ควรแยก VLAN ของอุปกรณ์เหล่านี้ออกจาก Corporate Network และ Production Infrastructure เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการถูกใช้เป็นจุดเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย
- ติดตาม WebKit/JSC CVE อย่างสม่ำเสมอ — ช่องโหว่ WebKit ที่ค้นพบในกรณีนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในเบราว์เซอร์บนแพลตฟอร์มอื่น ฝ่าย Security ควรติดตาม CVE ที่เกี่ยวข้องกับ WebKit/JSC และ Patch Browser บน Corporate Endpoint ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
แนวทางลดความเสี่ยงระยะยาว
- Memory Safety สำหรับ Kernel Code — UAF Bug ใน aio_multi_wait เป็นตัวอย่างของปัญหา Memory Safety ที่ยังคงพบใน Kernel การติดตามแนวโน้มการย้ายสู่ภาษาที่มี Memory Safety เช่น Rust ใน Kernel Code และ Patch ระบบอย่างสม่ำเสมอคือมาตรการพื้นฐานที่สำคัญ
- Exploit Mitigation บน Browser Runtime — สำหรับองค์กรที่พัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ WebKit หรือ Browser Engine ควรศึกษาการเปิดใช้ JIT Hardening, Sandbox Strengthening และ Exploit Mitigation อื่น ๆ ที่ลดโอกาสความสำเร็จของ JavaScript-based Exploit
- Asset Inventory ที่รวม Non-Traditional Device — กำหนดให้คอนโซลเกม, Smart TV และ IoT Device ในสถานที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของ IT Asset Inventory เพื่อให้สามารถ Track Version และ Patch Status ได้อย่างครบถ้วนแทนที่จะปล่อยให้เป็น Unmanaged Device บนเครือข่าย
วิเคราะห์ในมุมมองจาก TXEC
Relapse ไม่ใช่แค่ "Jailbreak คอนโซลเกม" แต่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ Browser-to-Kernel Exploit Chain ที่ใช้ WebKit Vulnerability เป็นจุดเข้า แล้วต่อยอดด้วย Kernel Memory Bug Pattern นี้เหมือนกับที่พบในการโจมตีระบบ Desktop และ Mobile อย่างแทบไม่มีความแตกต่าง ความน่าสนใจของกรณีนี้อยู่ที่การยืนยันว่า WebKit Vulnerability ยังคงเป็นเส้นทางที่นักวิจัยค้นพบได้สม่ำเสมอ และ Kernel UAF Bug ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการ Escalate Privilege
สำหรับองค์กรไทย ประเด็นที่ต้องให้ความสนใจมากกว่า PS5 คือ WebKit ที่อยู่เบื้องหลัง Safari บน iPhone และ iPad ของพนักงาน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานในองค์กรอย่างแพร่หลาย การติดตาม CVE ของ WebKit/JSC และ Patch ระบบให้ทันสมัยจึงควรอยู่ในวาระปกติของทีม Security ทุกองค์กร รู้ก่อน ตรวจพบเร็ว ลดความเสียหายได้มากกว่า
[ แหล่งอ้างอิง: CyberSecurity News ]