กลับไปหน้าข่าวสาร

นักวิจัยเผยการโจมตี Passkey 3 รูปแบบใหม่ กระทบ Google Password Manager และ Microsoft Entra ID

แชร์:

นักวิจัยจาก Unit 42 เปิดเผยเทคนิคการโจมตี Passkey รูปแบบใหม่ 3 รูปแบบ ที่ ไม่ได้เจาะ Cryptography ของมาตรฐาน FIDO2 โดยตรง แต่อาศัยช่องโหว่ของระบบโดยรอบที่ทำหน้าที่จัดเก็บ ซิงก์ และเรียกใช้งาน Credential แทน ครอบคลุมทั้งการจัดเก็บข้อมูล Authentication บน Windows, Passkey ที่ซิงก์ผ่าน Google Password Manager และการใช้งาน Windows Hello for Business ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถปลอมตัวเป็นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์สูง หลบเลี่ยง Phishing-Resistant MFA หรือกู้คืน Private Key ของ Passkey ที่ซิงก์ไว้ได้


รายละเอียดเทคนิคการโจมตี


Pass-TA-Key, Silver Pass-TA-Key และ Golden Pass-TA-Key (Google Password Manager)


เทคนิคทั้งสามเล็งเป้าไปที่ Google Password Manager ใน Chrome บนเครื่อง Windows ที่มี Trusted Platform Module (TPM) โดยเทคนิคที่รุนแรงที่สุดคือ Golden Pass-TA-Key ซึ่งเล็งเป้าไปที่ Master Encryption Key โดยตรง:


  1. มัลแวร์บังคับให้เกิดกระบวนการ Re-registration ของ Passkey
  2. ระหว่างกระบวนการนี้ มัลแวร์สามารถดึง Master Secret ออกมาจากหน่วยความจำ Process ของ Chrome ได้โดยตรง
  3. เมื่อได้ Security Domain Secret (SDS) แล้ว ผู้โจมตีสามารถ ถอดรหัส Private Key ของ Passkey ที่ซิงก์ไว้ทั้งหมดในบัญชี และ Clone ออกไปใช้งานภายนอกได้อย่างถาวร


จุดที่ร้ายแรงเป็นพิเศษคือ Google Password Manager ยังไม่มีกลไก Rotate หรือ Revoke SDS ทำให้ Master Secret ที่รั่วไหลไปแล้วยังคงกระทบทั้ง Passkey เดิมที่มีอยู่และ Passkey ใหม่ที่จะซิงก์เข้ามาในอนาคตด้วย


การโจมตี Windows Hello for Business (WHfB)


Process สิทธิ์ต่ำที่ทำงานอยู่ในเครื่องที่ถูกยึดครองแล้ว (Already Compromised Session) สามารถเรียกใช้ Windows Cryptographic Interface เพื่อใช้งาน Key ของ Windows Hello for Business โดยไม่ต้องผ่านการยืนยัน PIN หรือ Biometric ใหม่ จากนั้นนำ Key ดังกล่าวไปใช้เป็น FIDO2 Credential ปลอมตัวเข้าสู่ Microsoft Entra ID ได้โดยตรง


Unit 42 ระบุชัดเจนว่าการค้นพบนี้ ไม่ได้แสดงว่าผู้โจมตีสามารถเจาะ Public Key Cryptography ของ Passkey ได้ แต่เป็นการโจมตีระบบที่รับผิดชอบการจัดเก็บ ซิงก์ และเรียกใช้งาน Credential เหล่านั้นแทน


ระบบที่ได้รับผลกระทบ


  • ผู้ใช้ Chrome บน Windows ที่มี TPM ซึ่งใช้ Google Password Manager ในการซิงก์ Passkey
  • องค์กรที่ใช้ Windows Hello for Business ร่วมกับ Microsoft Entra ID สำหรับการยืนยันตัวตนแบบ Passwordless
  • ผู้ใช้งานที่มีเครื่องถูกยึดครอง (Malware Infection) อยู่แล้ว แม้เพียงในระดับสิทธิ์ต่ำ


ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น


  1. ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์สูง หลบเลี่ยง Phishing-Resistant MFA ที่องค์กรจำนวนมากพึ่งพาเป็นมาตรการป้องกันด่านสุดท้าย
  2. Private Key ของ Passkey ที่ถูก Clone สามารถใช้งานได้อย่างถาวร แม้ผู้ใช้จะเปลี่ยนรหัสผ่านหรือ Revoke Session แล้วก็ตาม เนื่องจากไม่มีกลไก Revoke SDS ใน Google Password Manager
  3. เปิดทางสู่ Lateral Movement เข้าสู่ Microsoft Entra ID ผ่านการใช้งาน Windows Hello for Business Key โดยไม่ได้รับอนุญาต
  4. ความเชื่อที่ว่า Passkey "ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านโดยสมบูรณ์" อาจต้องได้รับการทบทวน เนื่องจากความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับความมั่นคงของ Endpoint ที่ใช้งานอยู่


สิ่งที่องค์กรควรทำ


  1. ตระหนักว่า Passkey ไม่ได้ปลอดภัยสมบูรณ์แบบหากเครื่องปลายทางถูกยึดครองแล้ว Endpoint Compromise ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องป้องกันควบคู่กันไป
  2. ติดตามประกาศแก้ไขจาก Google (Chrome/Password Manager) และ Microsoft (Windows Hello for Business) อย่างใกล้ชิด และอัปเดตทันทีเมื่อมีแพตช์
  3. เสริมการป้องกันระดับ Endpoint เช่น EDR และ Application Control เนื่องจากเทคนิคทั้งสามอาศัยการยึดครองเครื่องเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตี
  4. พิจารณา Monitoring การ Re-registration Passkey ที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความพยายามโจมตีแบบ Golden Pass-TA-Key


แนวทางลดความเสี่ยงระยะยาว


1. ยึดหลัก Defense-in-Depth แม้จะใช้ Passwordless Authentication แล้ว

Passkey ลดความเสี่ยงจาก Phishing แบบดั้งเดิมได้จริง แต่ไม่ได้ทดแทนความจำเป็นในการป้องกันระดับ Endpoint


2. ติดตามการพัฒนากลไก Key Rotation/Revocation จากผู้ให้บริการ Password Manager

และผลักดันให้ผู้ให้บริการเพิ่มกลไกดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบัน Google Password Manager ยังไม่มี SDS Rotation


3. จำกัดสิทธิ์ของ Process ที่สามารถเรียกใช้ Windows Cryptographic Interface ได้

โดยเฉพาะในเครื่องที่มีความเสี่ยงสูงหรือเข้าถึงระบบสำคัญ


4. ให้ความรู้ผู้ใช้งานเกี่ยวกับข้อจำกัดของ Passkey

เพื่อไม่ให้เกิดความมั่นใจเกินจริงว่า Passwordless Authentication ป้องกันได้ทุกรูปแบบการโจมตี โดยเฉพาะเมื่อเครื่องปลายทางมีความเสี่ยงติดมัลแวร์


วิเคราะห์ในมุมมองจาก TXEC


งานวิจัยนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าความแข็งแกร่งของ Cryptography เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความปลอดภัยโดยรวม แม้ FIDO2 จะยังคงปลอดภัยในเชิงคณิตศาสตร์ แต่ระบบแวดล้อมที่ทำหน้าที่จัดเก็บและซิงก์ Credential กลับกลายเป็นจุดอ่อนใหม่ที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะกรณี Golden Pass-TA-Key ที่ TXEC มองว่าน่ากังวลที่สุด เนื่องจากการไม่มีกลไก Revoke SDS หมายความว่าองค์กรไม่มีทางตัดการเข้าถึงของผู้โจมตีได้อย่างสมบูรณ์หากถูกขโมย Master Secret ไปแล้ว


TXEC มองว่าองค์กรที่ลงทุนใน Passwordless Authentication ควรเข้าใจว่านี่คือมาตรการที่ลดความเสี่ยงจาก Phishing แบบดั้งเดิมได้จริง แต่ไม่ได้ทดแทนความจำเป็นของการป้องกันระดับ Endpoint องค์กรควรมองความปลอดภัยของ Passkey เป็นส่วนหนึ่งของ Defense-in-Depth ไม่ใช่มาตรการเดียวที่พึ่งพาได้อย่างสมบูรณ์


รู้ก่อน ตรวจพบเร็ว ลดความเสียหายได้มากกว่า


[ แหล่งอ้างอิง: The Hacker News, Unit 42, Biometric Update, eSecurity Planet ]