กลับไปหน้าข่าวสาร

"Zoomsday" ช่องโหว่ Zero-Click ใน Zoom เปิดทางผู้เข้าร่วมประชุมรันโค้ดบนเครื่องผู้อื่นได้โดยไม่ต้องคลิกอะไรเลย

แชร์:

Zoom เปิดเผยช่องโหว่ใหม่ 4 รายการ โดยช่องโหว่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ CVE-2026-53413 หรือที่ถูกตั้งชื่อว่า "Zoomsday" ระดับ High (CVSS 8.3) เป็นช่องโหว่ Memory Corruption ในฟังก์ชัน Annotation ที่ผู้ไม่ประสงค์ดีซึ่งเข้าร่วมประชุมสามารถส่งข้อมูลที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อทำให้เกิด Buffer Overflow และอาจนำไปสู่การรันโค้ดบนเครื่องเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้งานคลิกลิงก์หรือดำเนินการใดๆ (Zero-Click)


รายละเอียดช่องโหว่


ช่องโหว่ Zoomsday อยู่ในฟังก์ชัน CAnnoFormatBlock::Deserialize ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล Text-Annotation Formatting ในโปรโตคอลเฉพาะของ Zoom กลไกของช่องโหว่มีดังนี้:


  1. ฟังก์ชันนี้มี Buffer ขนาดคงที่ 128 Byte หลายจุด สำหรับจัดเก็บข้อมูล Formatting ของ Annotation
  2. ฟังก์ชันดังกล่าว เชื่อถือค่า Character Count แบบ 32-bit ที่ส่งมาจากเครือข่ายโดยไม่มีการตรวจสอบขนาดอย่างเหมาะสม
  3. เมื่อผู้โจมตีส่งค่า Count ที่เกินขนาด Buffer ที่กำหนดไว้ จะเกิด Stack Buffer Overflow เขียนข้อมูลทับหน่วยความจำที่อยู่ติดกัน


จุดที่ทำให้ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงเป็นพิเศษคือสามารถโจมตีผ่าน ช่องทาง Encrypted Transport ปกติของ Zoom ที่ใช้งานระหว่างการประชุม โดยไม่ต้องอาศัยการหลอกลวงหรือการโต้ตอบใดๆ จากเหยื่อ เพียงแค่อยู่ในการประชุมเดียวกันกับผู้โจมตีก็เพียงพอแล้ว


นอกจาก CVE-2026-53413 แล้ว ยังพบช่องโหว่เพิ่มเติมในฟังก์ชัน Annotation เดียวกัน ได้แก่ CVE-2026-53414 (Medium, Buffer Overflow ที่อาจนำไปสู่ Denial-of-Service) และ CVE-2026-53415 (High, Use-After-Free ที่อาจนำไปสู่ Remote Code Execution เช่นกัน)


ระบบที่ได้รับผลกระทบ


  • Zoom Client บนทุกแพลตฟอร์มที่รองรับ (Windows, macOS, Linux)
  • Zoom Rooms
  • VDI Client
  • Meeting SDK
  • องค์กรที่จัดประชุมผ่าน Zoom ร่วมกับผู้เข้าร่วมจากภายนอกที่ไม่ทราบตัวตนแน่ชัด มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ


ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น


  1. ผู้เข้าร่วมประชุมที่ประสงค์ร้ายสามารถรันโค้ดบนเครื่องของผู้เข้าร่วมคนอื่นได้ทันที เพียงแค่อยู่ในการประชุมเดียวกัน โดยไม่ต้องอาศัยการคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์ใดๆ
  2. กระทบผลิตภัณฑ์ Zoom หลากหลายรูปแบบพร้อมกัน ทั้ง Desktop Client, Zoom Rooms, VDI Client และ Meeting SDK ทำให้ Attack Surface กว้างกว่าช่องโหว่ทั่วไป
  3. ความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษสำหรับการประชุมสาธารณะหรือการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจากภายนอกองค์กร ซึ่งไม่สามารถควบคุมหรือยืนยันตัวตนผู้เข้าร่วมได้อย่างเข้มงวด
  4. ช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องอย่าง CVE-2026-53415 (Use-After-Free) เปิดช่องให้เกิด RCE ได้เช่นเดียวกัน ทำให้พื้นผิวการโจมตีของฟังก์ชัน Annotation โดยรวมมีความเสี่ยงสูง


สิ่งที่องค์กรควรทำ


  1. อัปเดต Zoom Workplace เป็นเวอร์ชัน 7.1.5 ขึ้นไป หรือ 7.0.6 สำหรับสายเวอร์ชันที่ยังคงใช้ 7.0.x โดยทันที
  2. ตรวจสอบว่า Zoom Rooms, VDI Client และ Meeting SDK ที่องค์กรใช้งานได้รับการอัปเดตครบถ้วน เนื่องจากช่องโหว่กระทบผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบพร้อมกัน
  3. สำหรับการประชุมที่มีความอ่อนไหวสูงหรือมีผู้เข้าร่วมจากภายนอก ควรจำกัดสิทธิ์การใช้งาน Annotation หรือปิดใช้งานชั่วคราว ระหว่างรอการอัปเดตทั่วทั้งองค์กร
  4. แจ้งเตือนพนักงานที่ต้องประชุมกับบุคคลภายนอกที่ไม่คุ้นเคยให้ตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ จนกว่าจะยืนยันได้ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดได้รับการอัปเดตแล้ว


แนวทางลดความเสี่ยงระยะยาว


1. จัดกระบวนการ Patch Management สำหรับซอฟต์แวร์ประชุมทางไกลให้รวดเร็วเทียบเท่าซอฟต์แวร์ Endpoint หลัก

เนื่องจากเครื่องมือ Collaboration อย่าง Zoom กลายเป็นช่องทางเข้าถึงระบบที่สำคัญไม่แพ้ Browser หรือ Email


2. จำกัดสิทธิ์การใช้งานฟีเจอร์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Annotation สำหรับผู้เข้าร่วมที่ไม่ทราบตัวตนแน่ชัด

โดยเฉพาะการประชุมสาธารณะหรือการประชุมกับคู่ค้าภายนอก


3. ใช้ Waiting Room และการยืนยันตัวตนผู้เข้าร่วมประชุมอย่างเข้มงวด

ลดความเสี่ยงจากผู้เข้าร่วมที่ไม่พึงประสงค์เข้าสู่การประชุมตั้งแต่ต้นทาง


4. ติดตาม Security Bulletin ของ Zoom และเครื่องมือ Collaboration อื่นที่องค์กรใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

เนื่องจากช่องโหว่ประเภท Zero-Click ในเครื่องมือกลุ่มนี้มีแนวโน้มถูกค้นพบเพิ่มขึ้นตามการใช้งานที่เพิ่มขึ้น


วิเคราะห์ในมุมมองจาก TXEC


ช่องโหว่ Zoomsday เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเครื่องมือ Collaboration ที่ใช้งานกันทุกวันอย่าง Zoom ได้กลายเป็นพื้นผิวการโจมตีที่มีมูลค่าสูงไม่แพ้ Browser หรือ Email แล้ว ลักษณะ Zero-Click ที่ไม่ต้องอาศัยการหลอกลวงใดๆ จากเหยื่อ ทำให้การโจมตีสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงแค่ผู้โจมตีเข้าร่วมการประชุมเดียวกัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้ทั่วไปในองค์กรที่จัดประชุมกับบุคคลภายนอกเป็นประจำ


TXEC มองว่าองค์กรควรให้ความสำคัญกับการอัปเดต Zoom ในทุกรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานอย่างครบถ้วน ไม่ใช่แค่ Desktop Client เท่านั้น เนื่องจากช่องโหว่นี้กระทบ Zoom Rooms และ VDI Client ด้วย ซึ่งมักถูกมองข้ามในกระบวนการอัปเดตทั่วไป นอกจากนี้ การมีมาตรการควบคุมผู้เข้าร่วมประชุมที่เข้มงวด เช่น Waiting Room ยังคงเป็นเกราะป้องกันเพิ่มเติมที่สำคัญ แม้จะมีการแพตช์ช่องโหว่แล้วก็ตาม


รู้ก่อน ตรวจพบเร็ว ลดความเสียหายได้มากกว่า


[ แหล่งอ้างอิง: CyberSecurityNews, SecurityWeek, SecurityAffairs, GBHackers ]